คู่มือ / เริ่มต้นใช้งาน

วิธีอัปเดต Supersub เป็นรุ่นใหม่

โหลดทับตัวเดิมได้เลย งานที่ทำไว้อยู่ครบ — Mac ทั้งชิป Apple และ Intel รวมถึง Windows

อัปเดต 1 ต.ค. 2026 · อ่าน 3 นาที · Supersub 0.2.0 ขึ้นไป

Supersub อัปเดตด้วยการโหลดตัวใหม่มาติดตั้งทับตัวเดิม ไม่ต้องถอนของเก่าออกก่อน และไม่ต้องใส่คีย์ใหม่ ใช้เวลาราว 3 นาที

รู้ได้ยังไงว่ามีรุ่นใหม่: เปิดโปรแกรมแล้วไปที่ ตั้งค่า → แอปและเวอร์ชัน → กด "ตรวจหาอัปเดต" โปรแกรมจะพาไปหน้าดาวน์โหลดเพื่อเทียบเลขเวอร์ชัน หรือดูการ์ด "มีเวอร์ชันใหม่" ที่โผล่ในหน้าแรกของโปรแกรมเมื่อเราปล่อยรุ่นใหม่

สิ่งที่ไม่หายแน่นอน

เคล็ดลับ ปิดโปรแกรมให้เรียบร้อยก่อนติดตั้งทับ ถ้ามีงานส่งออกค้างอยู่ รอให้เสร็จก่อน

บน Mac

ขั้นตอนจริงบน Mac — ลากทับแล้วกด Replace
01
เช็กก่อนว่าเครื่องเป็นชิปอะไร

กดโลโก้ Apple มุมซ้ายบน → "เกี่ยวกับ Mac เครื่องนี้" ถ้าบรรทัดชิปเขียนว่า Apple M1/M2/M3/M4/M5 ให้โหลดปุ่ม "Mac (ชิป Apple)" ถ้าเขียนว่า Intel ให้โหลดปุ่ม "Mac (ชิป Intel)" — ตั้งแต่รุ่น 1.0.0 มีสองตัวแยกกัน

ระวัง โหลดผิดตัวจะเปิดไม่ได้: เครื่อง Intel เปิดตัวชิป Apple จะขึ้นว่า "not supported on this Mac" ส่วนเครื่องชิป Apple เปิดตัว Intel จะทำงานได้แต่ช้ากว่าที่ควรมาก
02
โหลดตัวใหม่

ไปที่หน้าดาวน์โหลดแล้วกดปุ่มที่ตรงกับชิปของเครื่อง จะได้ไฟล์ Supersub.dmg (ชิป Apple) หรือ Supersub-Intel.dmg (ชิป Intel)

03
ปิด Supersub ก่อน

ถ้าโปรแกรมเปิดอยู่ กด Command+Q ให้ปิดสนิทก่อน ไม่งั้นตอนลากทับ macOS จะบอกว่าโปรแกรมกำลังเปิดอยู่

04
เปิดไฟล์ที่โหลดมา

เปิดจากโฟลเดอร์ Downloads จะเห็นไอคอน Supersub กับโฟลเดอร์ Applications

05
ลากไปทับของเดิม

ลากไอคอน Supersub ไปวางที่ Applications เหมือนตอนติดตั้งครั้งแรก

06
กด Replace เท่านั้น

macOS จะถามว่ามี Supersub อยู่แล้ว ต้องการแทนที่ไหม — กดปุ่ม "Replace" ที่อยู่ขวาสุด

ระวัง อย่ากด "Keep Both" เด็ดขาด — ปุ่มนี้อยู่ซ้ายสุดและกดพลาดง่าย ถ้ากดไปจะได้ Supersub สองอันในเครื่อง (Supersub กับ Supersub 2) แล้วคุณอาจเผลอเปิดตัวเก่าโดยไม่รู้ตัว แล้วนึกว่าอัปเดตไม่สำเร็จ
07
เปิดโปรแกรม

เปิดจาก Launchpad หรือ Applications ตามปกติ งานเก่า คีย์ และตัวถอดเสียงที่โหลดไว้อยู่ครบเหมือนเดิม

ถ้า macOS ขึ้นว่าเปิดไม่ได้หลังอัปเดต

ตั้งแต่ 1.0.4 ตัว Mac ผ่านการตรวจสอบจาก Apple แล้ว ปกติจะเปิดได้เลย ถ้ายังเจอกล่อง "Apple could not verify…" แปลว่าไฟล์ที่เปิดเป็นรุ่นเก่า ให้โหลดตัวใหม่ หรือทำตามนี้ครั้งเดียว

เผลอกด Keep Both ไปแล้วทำยังไง

เปิดโฟลเดอร์ Applications จะเห็นสองอัน — ลากอันที่ชื่อ "Supersub 2" ลงถังขยะ แล้วเปิดอันที่ชื่อ "Supersub" ตามปกติ งานของคุณไม่ได้อยู่ในตัวโปรแกรม ลบทิ้งได้ไม่ต้องกังวล

เคล็ดลับ เช็กว่ากำลังใช้ตัวใหม่จริงไหม — เปิดโปรแกรมแล้วไปที่ ตั้งค่า → แอปและเวอร์ชัน ดูเลขเวอร์ชัน ถ้ายังเป็นเลขเดิมแปลว่าเปิดตัวเก่าอยู่

บน Windows

เคล็ดลับ Windows อัปเดตให้เองได้: เปิดโปรแกรมแล้วมันจะเช็กรุ่นใหม่ให้ ถ้ามีจะโหลดเบื้องหลังโดยไม่ขัดจังหวะงาน พอโหลดเสร็จจะมีปุ่ม "รีสตาร์ทแล้วติดตั้ง" หรือแค่ปิดโปรแกรม มันจะติดตั้งให้ตอนเปิดครั้งถัดไป — ถ้าไม่อยากรอ โหลดเองตามขั้นตอนข้างล่างได้เหมือนเดิม
ภาพประกอบขั้นตอนบน Windows (วาดขึ้น ไม่ใช่ภาพหน้าจอจริง) — ตัวติดตั้งทับของเดิมให้เอง
01
โหลดตัวใหม่

กด "ดาวน์โหลดสำหรับ Windows" จะได้ไฟล์ Supersub-Setup.exe

02
เปิดไฟล์ที่โหลดมา

ดับเบิลคลิกไฟล์ที่โหลดมาได้เลย ไม่ต้องถอนตัวเก่าออกก่อน

03
ถ้าขึ้นจอฟ้า

กด More info แล้วกด Run anyway — Windows เตือนไว้ก่อนกับโปรแกรมที่ยังไม่ได้ติดตั้งกันเป็นวงกว้าง ไม่ได้แปลว่าไฟล์มีปัญหา

04
กดติดตั้งจนจบ

ตัวติดตั้งจะทับของเดิมให้เอง แล้วเปิดโปรแกรมได้ตามปกติ

จะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้ใช้เวอร์ชันอะไร

เปิดโปรแกรม แล้วไปที่ ตั้งค่า → แอปและเวอร์ชัน จะเห็นเลขเวอร์ชันและปุ่ม "ตรวจหาอัปเดต" เทียบกับเลขที่หน้าดาวน์โหลดได้เลย รุ่นล่าสุดตอนนี้คือ 1.0.0

ต้องอัปเดตทุกครั้งไหม

ไม่จำเป็น ตัวเก่ายังใช้ได้ต่อ แต่รุ่นใหม่มักมีของที่แก้ปัญหาและฟีเจอร์เพิ่ม แนะนำให้อัปเดตเมื่อสะดวก ถ้าโปรแกรมมีอาการผิดปกติ การอัปเดตเป็นสิ่งแรกที่ควรลอง

เคล็ดลับ คีย์ที่ซื้อแล้วได้อัปเดตฟรีตลอดชีพ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่ว่าจะออกอีกกี่เวอร์ชัน
ยังไม่ได้อัปเดต? ไปหน้าดาวน์โหลด

บทความที่เกี่ยวข้อง